หลักการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยทั้ง มหาวิทยาลัยปิด และ มหาวิทยาลับเปิด
การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกับโรงเรียนนั้นแตกต่างดั่งฟ้ากับเหว ปลาในทะเล กับนก เทปกับซีดี คนวิ่งกับคนเดิน การนั่งกับการนอน ฯลฯ ที่พี่รู้เพราะอยู่มาหมดแล้วทั้งสองที่ ดังนั้นจะเขียนอธิบายพอเป็นพิธี เพื่อให้น้องๆได้เตรียมตัวกันเอาไว้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เริ่มเลย
การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปิด
การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปิดหรือการสอบติดในคณะหรือสาขาวิชาต่างๆ บางคนสอบติดแล้วอาจคิดว่านี่คือจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตแล้ว พากันไปเลี้ยงปาร์ตี้โอ้เย้ ว่าเราสอบติดแล้วนะเฟ้ย แต่ช้าก่อน น้องๆลองตั้งสติยั้งคิดให้ดีๆว่า คณะที่เราสอบติดแล้วนั้นเราชอบรึไม่ มันจะยากเกินไปสำหรับเรามั้ย บางคนโชคดีสอบติดในคณะที่ตัวเองชอบก็ขอแสดงความยินดีด้วย แต่…..ทำไมถึงต้องมีแต่ เพราะบางคนกัดฟันต่อสู้มาตลอด เพื่อเตรียมตัวสอบ เมื่อสอบติดแต่ทรัพย์ยากรไม่เอื้ออำนวย พี่หมายถึงกำลังทรัพย์ของทางบ้านไม่สามารถส่งให้เรียนไปจนตลอดลอดฝั่งได้ ยิ่งถ้าเผลอไปติดของมหาวิทยาลัยเอกชนด้วยแล้ว พูดได้เลยว่าขายบ้านขายที่เรียนแล้วพอส่งได้แค่ ไม่เกิน 2 เทอมเท่านั้น
แต่เรายังมีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาซึ่งในส่วนนี้พี่ไม่ค่อยทราบเรื่องเท่าไรนัก แต่ที่พอจะรู้มาคือจะมีให้กองทุนในแต่ละคณะว่ากำหนดมาเท่านี้ หากมีคนกู้กันเยอะเกินไป กว่าจะตกถึงมือเราไม่รู้ว่าพอจะส่งตัวเองเรียนรึเปล่า แต่ในตอนนี้พี่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนระเบียบวิธีการรึยังนะ น้องต้องไปศึกษาดูกันเอาเองนะครับ
เมื่อเข้าไปแล้วจะต้องเจอกับกฎระเบียบของทางมหาวิทยาลัยก่อนเป็นอย่างแรก ต้องดูว่าทำอะไรได้บ้างและอะไรทำไม่ได้บ้าง การแต่งตัว เข็มขัดกระดุมรองเท้า เครื่องหมายสัญลักษณ์ของทางสถาบัน ตอนเข้าไปน้องจะต้องเสียเงินซื้อจนครบแต่จะได้มาไม่ครบ นั่นเป็นเพราะ จะต้องผ่านการรับน้อง ร้องเพลงเชียร์กับพวกรุ่นพี่ก่อนประมาณไม่เกิน 2 เดือน ต้องตบมือตะโกนร้องเพลงจนมือแหก และจะมีรุ่นพี่ที่จะมาตะโกนกรอกหูจนขี้หูสั่นสะเทือน พอผ่านพิธีนี้ไปแล้วถึงจะได้มา ขอบอกเลยว่าแทบอ้วกหรือบางคนอาจจะอ้วกไปบ้างแล้วก็ได้
และวันสุดท้ายจะเป็นอะไรที่พระเจ้าช่วยกล้วยทอด
คำแนะนำในการเตรียมตัวเตรียมใจก่อนเข้าประชุมเชียร์
1 ควร อมลูกอมที่ทำให้ชุ่มคอ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้รู้สึกโล่งคอเพราะจะมีรายการแหกปากตะโกนอยู่ตลอดเวลา
2 ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อร่างกายจะได้ฟิตเต็มที่
3 พกยาหม่องไปทาบริเวณฝ่ามือด้วย ยาดมพกไปด้วยก็ดี ใครเป็นโรคหอบหืดแบบพี่หม่อนขอแนะนำให้กินยาขยายหลอดลมหรือพ่นยาไปก่อนจะเข้าประชุมเชียรอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง (หากรุ่นพี่มีจิตเมตตาถามว่ามีใครจะทายาหม่องบ้างมั้ย อย่าไปยกมือขอเด็ดขาด โดยเฉพาะชายไทยชื่อไอ้แผนอย่างเราๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด )
4 หากน้องๆสังเกตจะเห็นว่ามีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งที่จะคอยพูดแหกปากตะโกนอยู่ตลอดเวลา บางครั้งอาจทำให้ประสาทน้องๆเสียได้ แต่บุคคลพวกนี้ต้องทำตามหน้าที่ เพราะเป็นคำสั่งของรุ่นต่อรุ่นอีกที อย่าไปคิดว่าเป็นความโหดร้ายและความซวยที่ต้องมาเจอ ให้คิดซะว่าคนพวกนี้น่าสงสาร ไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรพวกนี้ได้ ถ้าทำไม่ดีก็จะถูกรุ่นพี่อาวุโสกว่าทำโทษอีกที ซึ่งระบบพวกนี้สมควรเลิกรึไม่อยู่ที่พวกน้องๆซึ่งจะเป็นรุ่นต่อไปที่จะประชุมสุมหัวกันว่าเมื่อเราเป็นรุ่นพี่เขาแล้ว จะทำตามแบบเดิมๆรึไม่ รึจะพัฒนาวิธีการให้มันดีกว่านี้
ในระบบมหาวิทยาลัยปิดจะนับถือระบบอาวุโสชนิดยิ่งกว่าเคร่งครัด เจอหน้าใครเพื่อความปลอดภัยให้น้องๆยกมือไหว้ดะไว้ก่อนเพื่อความชัวจะได้ไม่ต้องซ่อม ในที่นี่ไม่ใช่การสอบตกแล้วไปสอบซ่อมแต่เป็นการทำโทษทางวินัยที่ไม่เคารพ สมัยพี่เรียนพี่ต้องยกมือไหว้รุ่นพี่ตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย ไม่รู้ใครเป็นใคร ถึงขนาดยกมือไหว้รุ่นเดียวกันมาแล้วก็มี
ระบบพี่รหัสน้องรหัส
ระบบพี่รหัสน้องรหัสต้องเจอแน่นนอนอยู่แล้ว ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะโชคดีเจอรุ่นพี่ที่มีจิตเมตตากับน้องคอยสอนคอยบอก คอยแนะนำในสิ่งดีๆให้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร รึหากโชคร้ายก็จะเจอกับไอ้เถื่อนที่เพิ่งหลุดมาจากยุคไดโนเสาร์ ซึ่งมันแล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน
ระบบบัดดี้ หรือเพื่อนช่วยเพื่อน
เราจะมีเพื่อนที่จะคอยเป็นคู่หูของเราในระหว่างการเรียน ซึ่งจะใช้วิธีจับฉลากว่าจะได้ใครมาเป็นคู่หูของเรา แต่ห้ามให้เจ้าตัวรู้ และต้องคอยช่วยอยู่ทุกเวลาที่พอจะหาเวลาได้ มีการบ้านก็ต้องแอบถามชาวบ้านเขาว่าไอ้เจ้าคนนี้มันทำอ๊ะยางถ้ายังก็ต้องให้มันลอกด้วย โอ้โหเหะ สบายจริงๆพับผ่า
การเรียน
การเรียนในมหาวิทยาลัยปิดนั้น ความรู้ของน้องจะเหมือนกับว่า ภาษาไทยเราจะรู้แค่ ก – ฮ ส่วนภาษาอังกฤษ จะรู้แค่ A – Z เท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่ยากเท่าไรหากน้องๆตั้งใจเรียน แต่ถ้าพิจารณาแล้วว่า สงสัยมันจะถึงเวลาของเราแล้วก็อย่าไปฝืนมัน เพราะชีวิตไม่ได้จบสิ้นแค่จุดนี้เท่านั้น
การเรียนหรือใช้ชีวิตในระบบมหาวิทยาลัยปิดเหมือนอยู่ในโลกของความฝัน จะมีรุ่นพี่ให้ความรักดูแลเอาใจใส่ เพื่อนๆทุกคนก็รักกันซะยิ่งกว่าตังเมติดหนึบ แต่เมื่อวันหนึ่งมีเหตุจำเป็นต้องก้าวออกมาก่อนเวลาอันควร ก็ขอให้น้องๆตั้งสติให้ดี เพราะเรากำลังจะตื่นจากความฝันนั้นแล้ว…
การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเปิด
การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเปิด เหมือนอยู่ในโลกของความเป็นจริง อยู่ที่นี่เราจะมีความรู้อย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องมีความรู้คู่คุณธรรมด้วย เราต้องมีความขยัน รู้จักวางแผนการใช้ชีวิต ว่าจะทำสิ่งใดก่อนและหลัง การก้าวขาออกจากหอพัก ต้องคิดไว้เลยว่า เวลานี้จะทำอะไร เสร็จกี่โมง แล้วจะไปทางไหนต่อ ต้องไปกินข้าวกี่โมง กินเสร็จกี่โมง เข้าข่ายต้องรู้จักบริหารเวลาให้ดีให้ถูกต้อง ใน 1 อาทิตย์เมื่อน้องๆกางดูตารางเรียนของตัวเองแล้ว ให้เขียนตารางเวลาของตัวเองขึ้นมาเลยครับว่า ใน 1 วันเราจะทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ กี่โมงถึงกี่โมง แล้วพยายามทำให้ได้ตามนั้นครับ
การเรียน
การเรียนจะเรียนแบบสบายๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งแล้วแต่ตัวเราว่าจะวางแผนการเรียนอย่างไร จะเร่งสปีดตั้งแต่ต้นรึจะมาฮึดเอาตอนช่วงใกล้สอบ ซึ่งอย่างหลังพี่หม่อนทำบ่อย (อิอิ) และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับนักศึกษาก็คือการอ่านเฉลยข้อสอบควบคู่กัน จะจบหรือไม่ก็อยู่ในส่วนนี้แหละน้องเอ้ย และน้องไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนทุกวัน จะมาวันเว้นวัน หรือจะเรียนเฉพาะวิชาที่ยากๆก็ได้ หากใครไม่มีเวลาจะมาอีกทีตอนสอบเลยก็ได้
การทำงาน
ส่วนใหญ่นักศึกษาจะทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยแต่พี่แนะนำว่า น้องไม่ควรทำงานในช่วงปีหนึ่งและปีสอง ควรจะไปทำในช่วงปีสามไปแล้วดีกว่า แต่หากมีเหตุจำเป็นต้องทำงานตั้งแต่เข้าเรียนก็ต้องรู้จักควบคุมตัวเองให้ได้ ตั้งสติให้ดี เพราะเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการทำงาน ทำให้เวลาเรียนหรือท่องหนังสือของเราลดลง ตอนสอบผลออกมาอาจไม่เป็นที่น่าพอใจ เราต้องตระหนักไว้เสมอนะครับว่า เรามาที่นี่เพื่ออะไร
การคบเพื่อน
การคบเพื่อนนั้นเพื่อนเราจะมีมากหน้าหลายตา จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่เราก็ต้องรู้จักเลือกคบเพื่อนที่ดีๆ สามารถช่วยเราเรื่องการเรียนได้เอาไว้เยอะๆ เข้าข่ายคบแต่บัณฑิตนั่นเอง ซึ่งการจะเลือกคบใครแบบไหนนั้น น้องๆสามารถพิจารณาเอาเองได้
การสอบ
ตอนเข้าสอบก็พยายามทำตัวทำใจให้เป็นปกติ หากตื่นเต้นหรือประหม่า ให้หาน้ำหวานๆกินมันจะช่วยได้ ข้าวปลาก็กินกันซะก่อนจะเข้าห้องสอบเพราะแทบทุกวิชาจะใช้พลังงานสมองค่อนข้างเยอะออกมาจากห้องสอบรับรองหิวแน่นอน และอย่าลืมใส่นาฬิกาข้อมือเข้าไปด้วย หากเป็นที่ส่วนภูมิภาคจะมีสอบตอนเช้ากับตอนบ่ายในวันเดียวกัน ก็อย่าลืมพกยาพาราหรือยาแก้ปวดหัวติดไปด้วย พอสอบตอนเช้าเสร็จกินข้าวแล้วก็กินยาซะ มันจะช่วยให้หายปวดหัวจากการตีกันของวิชาในตอนเช้ากับตอนบ่ายได้พอควร
แต่ถ้าเป็นที่ส่วนกลางก็แล้วแต่เราจะเลือก ใครมีโรคประจำตัวก็อย่าลืมเอายาไปด้วย ดินสอ 2 B ยางลบ ไม้บรรทัด ปากกา เตรียมไปให้ครบ อย่าเอาเข้าไปแค่อย่างละอันต้องเอาไปเผื่อสำรองไว้ด้วย และหลักฐานที่ใช้ในการสอบมี 1. ใบเสร็จที่ใช้ลงทะเบียนเรียน 2. บัตรประชาชน 3. บัตรนักศึกษา หากใครหลักฐานไม่ครบหรือทำหายให้รีบไปติดต่อเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวจะอดเข้าสอบ ดูหนังสือมาแทบตายจะมาตกม้าตายด้วยเรื่องแค่นี้มันก็กระไรอยู่
สุดท้ายนี้ขออวยพรให้น้องๆทุกคนโชคดีในการสอบในทุกๆวิชาที่ลงทะเบียนเรียน ใช้เวลาทุกนาทีในห้องสอบให้คุ้มค่า ไม่ต้องรีบออกมาจากห้องสอบ คอยดูให้ดีว่ากระดาษคำตอบฝนหรือระบายถูกต้องหมดแล้วหรือยัง ชื่อ นามสกุล รหัส หากเรียบร้อยหมดแล้ว ค่อยก้าวออกมาจากห้องสอบ ไม่มีใครมาเร่งเรานอกจากตัวเราเองครับ

















ด้านบนเลยครับ 
