Welcome
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ เอ็มเจชีทราม

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ เอ็มเจ ชีทราม คลังเฉลยข้อสอบ ม.รามคำแหง เพื่อการใช้งานเว็บบอร์ดที่เต็มประสิทธิภาพ กรุณาทำการสมัครสมาชิก และทำการ Login เข้าสู่ระบบด้วยครับ

สมัครสมาชิก คลิ๊กเลย!

ใช้ชื่อภาษาไทยในการสมัครสมาชิกได้ครับ

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2547

S / 50, 2 / 50

Moderator: พี่หม่อน

Forum rules
Image
Image
Image
Image
Image

ImageImageImageImageImage
ImageImageImageImageImage


สนใจลงโฆษณากับ เอ็มเจ ชีทราม คลิ๊กที่นี่

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2547

Postby พี่หม่อน on Sun Jun 07, 2009 11:49 am

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2547
ข้อสอบกระบวนวิชา LW 101 หลักกฎหมายมหาชน

ข้อ 1. จงอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างหลักกฎหมายมหาชนหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ การบริการ
สาธารณสุขและศาลปกครอง พร้อมยกตัวอย่างในแต่ละส่วนที่กล่าวมาให้จัดเจน

ธงคำตอบ

กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่ ในทางปกครองแก่รัฐ แก่หน่วยงาน
ของรัฐ และหน้าที่ของรัฐ และเมื่อรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจทางปกครองตามบทบัญญัติของกฎหมายนั้นแล้ว เกิดความเสียหาย หรือเดือดร้อนแก่ประชาขน เรียกว่ากรณีพิพาททางปกครอง คดีปกครอง
คดี ปกครองเป็นคดีที่เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กับเอกชนหรือประชาชน และเมื่อเกิดคดีปกครองขึ้น จะต้องนำคดีนั้นไปฟ้องศาลปกครอง ไม่นำไปฟ้องศาลแพ่ง หรือศาลอาญา

หน่วยงาน ของ รัฐ ได้แก่ หน่วยงานบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นตลอดถึงรัฐ
วิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เป็นหน่วยงานทางปกครอง

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ บุคคลและคณะบุคคล ที่ใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครอง
การบริการสาธารณะ หมายถึง กิจการที่อยู่ในความอำนวยการหรือความควบคุมของฝ่ายปกครอง ซึ่งจัดทำ
ขึ้นเพื่อสนองความต้องการส่วนรวมของประชาชน กิจการเหล่านี้โดยสภาพแล้วไม่อาจทำให้บรรลุสำเร็จได้ หาปราศจากอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมายมหาชน

ศาลปกครอง เป็นศาลที่ใช้พิจารณาคดีปกครองคือ คดีที่เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานทางปกครอง การใช้อำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายมหาชนแล้วเกิดกรณีพิพาททางปกครอง ต้องนำคดีไปพิจารณาในศาลปกครอง

ข้อ.2 กฎหมายมหาชนนั้น ได้แก่ กฎหมายที่กล่าวกำหนดถึงเกณฑ์ทางกฎหมายทั้งหลายที่เกี่ยวกับสถานะ
และอำนาจของรัฐและผู้ปกครอง รวมทั้งเป็นเกณฑ์ทางกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและผู้ปกครอง กับพลเมืองผู้อยู่ใต้การปกครอง ในฐานะที่รัฐและผู้ปกครองมีเอกสิทธิ์ทางปกครองเหนือพลเมือง ซึ่งอยู่ในฐานะ เอกชนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและผู้ปกครอง กับพลเมืองตามกฎหมายมหาชนดังกล่าว เป็นความสัมพันธ์ใน
ลักษณะที่รัฐและผู้ปกครอง มีเอกสิทธิ์ทางปกครอง เหนือพลเมือง ส่วนกฎหมายเอกชนนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค และความเท่าเทียมกันของคู่กรณี และตั้งอยู่บนหลักความศักดิ์สิทธิ์ของเจตนา และเสรีภาพการทำสัญญา จึงให้นักศึกษาอธิบายถึงข้อแตกต่างระหว่าง กฎหมายมหาชน กับกฎหมายเอกชนทั้ง 6 ประการ มาให้เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน อีกทั้งขอให้นักศึกษา อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายมหาชน กับรัฐศาสตร์มาพอสังเขปด้วย

ธงคำตอบ

กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่กล่าวถึง กำหนดกฎเกณฑ์ทางกฎหมายทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับ
สถานะและอำนาจ ของรัฐและผู้ปกครอง รวมทั้งเป็นกฎเกณฑ์ทางกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและผู้ปกครองกับพลเมืองผู้อยู่ใต้ปกครอง ในฐานะที่รัฐเป็นผู้ปกครอง มีเอกสิทธิ์ทางปกครองเหนือพลเมือง ซึ่งอยู่ในฐานะเอกชน

ส่วนกฎหมายเอกชน คือกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน และในฐานะที่เท่า
เทียมกัน

กฎหมายมหาชนกับ กฎหมายเอกชนจึงแตกต่างกัน ในข้อสำคัญคือกฎหมายมหาชนนั้น อยู่บนพื้นฐานของ
ความไม่เท่าเทียมกัน ระหว่างรัฐและผู้ปกครองกับพลเมือง ส่วนกฎหมายเอกชนนั้น จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน และบนพื้นฐานของหลักความศักดิ์สิทธิ์แห่งเจตนา หรืออยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นอิสระของการ แสดง เจตนาในส่วนประเด็นความแตกต่างระหว่างกฎหมายมหาชนและกฎหมายเอกชน ทั้ง 6 ประการ มีดังนี้
ความแตกต่างระหว่างกฎหมายมหาชนและกฎหมายเอกชน

1. ความแตกต่างขององค์กร หรือตัวบุคคลที่เข้าไปมีนิติสัมพันธ์กล่าวคือ กฎหมายมหาชน องค์การหรือ
บุคคลที่เข้าไปมีนิติสัมพันธ์ คือรัฐหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายหนึ่ง กับเอกชนอีกฝ่ายหนึ่ง แต่กรณีของกฎหมายเอกชน ตัวบุคคลที่เข้าไปมีนิติสัมพันธ์ คือ เอกชนกับเอกชน

2. ความแตกต่างทางด้านเนื้อหาและความมุ่งหมาย (BUT)กฎหมายมหาชน มีจุดมุ่งหมายเพื่อสาธารณะ
ประโยชน์และการให้บริการสาธารณะโดยไม่ได้มุ่งหวังในเรื่องกำไร ส่วนกฎหมายเอกชนนั้นมีจุดมุ่งหมายและเพื่อประโยชน์ของเอกชนแต่ละคน แต่บางกรณีซึ่งเป็นข้อยกเว้น เอกชนก็อาจทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมได้ เช่น การตั้งมูลนิธิหรือสมาคมเพื่อการกุศลและการสาธารณะประโยชน์

3. ความแตกต่างทางด้านรูปแบบของนิติสัมพันธ์กล่าวคือ กฎหมายมหาชนมีลักษณะเป็นการบังคับและหลีก
เลี่ยงไม่ได้ จึงออกมาเป็นรูปคำสั่งหรือข้อห้ามที่เรียกว่าการกระทำฝ่ายเดียวกล่าวคือ เป็นการกระทำซึ่งฝ่ายหนึ่งสามารถกำหนดหน้าที่ทางกฎหมายให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง โดยที่ฝ่ายหลังมิได้ตกลงยินยอมด้วย เช่น การออกกฎหมายต่าง ๆ (พระราชบัญญัติ) เป็นต้น ส่วนกฎหมายเอกชนนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความอิสระในการแสดงเจตนา ความเสมอภาค และเสรีภาพในการทำสัญญา คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับคู่สัญญาอีกฝายหนึ่งไม่ได้

4. ความแตกต่างทางด้านนิติวิธีกล่าวคือ แนวความคิดวิเคราะห์ในทางกฎหมายเอกชน และกฎหมายมหาชน
จะแตกต่างกับนิติวิธีของกฎหมายมหาชนจะไม่นำหลักกฎหมายเอกชนมาใช้กับปัญหาที่เกิดขึ้นของกฎหมายมหาชนจะสร้างหลักของกฎหมายมหาชนขึ้นมาใช้เอง ส่วนนิติวิธีทางกฎหมาย เอกชนนั้นจะเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเอกชน และมุ่งรักษาประโยชน์ของเอกชนด้วยกัน
5. ความแตกต่างทางด้านนิติปรัชญากล่าวคือ นิติปรัชญากฎหมายมหาชนนั้นมุ่งประสานประโยชน์
สาธารณะกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของส่วนบุคคลแต่นิติปรัชญาของกฎหมายเอกชนเน้นความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันและอยู่บนสภาพสมัครใจของคู่กรณี

6. ความแตกต่างในเรื่องของเขตอำนาจศาลกล่าวคือ ปัญหาทางด้านกฎหมายมหาชน จะขึ้นสู่ศาลพิเศษ
ได้แก่ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนปัญหาตามกฎหมายเอกชนนั้น ขึ้นสู่ศาลยุติธรรม ได้แก่ศาลแพ่ง ศาลอาญา
ประเด็นความสำคัญระหว่างกฎหมายมหาชนกับรัฐศาสตร์นั้น เป็นศาสตร์ 2 ศาสตร์ที่สัมพันธ์กันอย่างมาก
กล่าวคือ กฎหมายมหาชนเป็นเกณฑ์ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐ อำนาจรัฐ และผู้ปกครอง รวมทั้งการปกครองของรัฐ

ส่วนรัฐศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับรัฐ กำเนิดรัฐ วิวัฒนาการของรัฐ ในอดีตจนปัจจุบัน ศึกษาถึงสถาบันทางการเมืองภายในรัฐ ศึกษาถึงอำนาจรัฐ ในแง่ของข้อเท็จจริง

กฎหมายมหาชน เกี่ยวข้องกับรัฐศาสตร์ กฎหมายมหาชนเป็นกฎเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐ
ซึ่งเป็นอำนาจทางการเมือง รวมทั้งการจัดองค์กรและเกี่ยวกับสถาบันทางการเมือง

ข้อ 3 เหตุใดจึงมีระบบการควบคุมการใช้อำนาจรัฐ และระบบการควบคุมการใช้อำนาจรัฐที่ดีควรมีลักษณะ
อย่างไร

ธงคำตอบ

ระบบการควบคุมการใช้อำนาจรัฐ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ เป็นหลักประกันให้กับประชาชนว่า
จะไม่ถูกรัฐใช้อำนาจอันจะกระทบกระเทือนถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ นอกจากนี้ ก็ยังเป็นการเสริมสร้างการทำงานของภาครัฐ(ราชการ) ให้มีประสิทธิภาพระบบการควบคุมการใช้อำนาจรัฐที่ดี ประกอบด้วย

1. ต้องครอบคลุมกิจการของรัฐทุกด้าน ให้เป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้อย่างทั่วถึง
2. เหมาะสมกับสภาพของกิจกรรมของรัฐ ที่ถูกควบคุม (มีสมดุล)
3. องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบนั้น ๆ ต้องอิสระ และองค์กรนั้น ๆต้องถูกตรวจสอบ ได้ เช่นกัน
4. การเข้าถึงระบบการตรวจสอบควบคุมนี้ ต้องเป็นไปโดยกว้างขวาง
Attachments
LW 101 1_47.doc
(40.5 KiB) Downloaded 87 times
Image

อย่า อย่าหยุดยั้ง ก้าวไปยังสิ่งที่หมาย
ที่เธอใฝ่และฝัน ให้สมหวังดังใจปอง


ขอความร่วมมือใครที่มีข้อสอบอัตนัยไม่ว่าจะเป็นในวิชาหรือของคณะใดๆ ขอความกรุณาช่วยเขียนบอกเพื่อนๆ ด้วย ถ้าพวกเราลูกพ่อขุนเหมือนกันช่วยเหลือกันคนละเล็กละน้อยแล้ว พี่เชื่อว่าไม่มีอะไรที่พวกเราจะทำไม่ได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ส่วนกลาง หรือที่ส่วนภูมิภาคก็ตาม ขอบคุณครับ

ติดต่อกับพี่หม่อนผ่านทางEmail หรือ MSN ได้ที่ mjsheetram@hotmail.com

**** แชตออนไลน์กันสดๆได้แล้ว เพียงสมัครสมาชิกกับเราและทำการล๊อกอินเข้าสู่ระบบแล้วคลิ๊กที่ Image ด้านบนเลยครับ

**** ดาวโหลดไฟล์ไม่ได้ คลิ๊กที่นี่

เพื่อศักดิ์ชาวรามคำแหง
User avatar
พี่หม่อน
ผู้ให้คำแนะนำ
ผู้ให้คำแนะนำ
 
Posts: 492
Joined: Tue Oct 07, 2008 11:15 am

Re: การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2547

Postby paracetamol on Sun Oct 18, 2009 8:13 pm

ชอบคุณมากๆคะ
paracetamol
นู๋น้อย
นู๋น้อย
 
Posts: 4
Joined: Sun Oct 18, 2009 7:31 pm

Re: การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2547

Postby paracetamol on Sun Oct 18, 2009 8:13 pm

* ขอบคุณมากคะ

><!
paracetamol
นู๋น้อย
นู๋น้อย
 
Posts: 4
Joined: Sun Oct 18, 2009 7:31 pm


Return to LW101 หลักกฎหมายมหาชน

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests