ความรู้สึกที่กลับมาหลอกหลอน
ผู้มีความรู้ 1 คน ต้องการที่จะได้ปากกาสักด้ามเพื่อเอาไว้เป็นอาวุธคู่ใจในการเขียนถ่ายทอดเรื่องราวความรู้ต่างๆที่เขามีให้กับผู้คน เขาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองมหานครขนาดใหญ่ เมื่อสอดส่ายสายตาหาสิ่งที่เขาต้องการ เขาเจอกับปากกาด้ามแรก เขาอุทานในใจว่า โอ้โห ปากกาด้ามนี้ใช้ได้เลยนะ เมื่อหยิบออกมาจากชั้นวางแล้วลองขีดๆดู เขาพบว่าปากกาด้ามนี้ไม่เหมาะกับเขาเพราะลายเส้นที่เขียนไม่สม่ำเสมอ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ที่สำคัญปากกาด้ามนี้มีขนาดเทอะทะใหญ่เกินไป พกพาไปที่ไหนก็ไม่สะดวก และมีปากกาที่วางอยู่ใกล้เคียงกันแต่เป็นคนละยี่ห้อ หลังจากที่ลองขีดๆดูแล้วเขาก็พบว่า ปากกาด้ามนี้เขียนติดสม่ำเสมอใช้งานได้ดีมากๆ
แต่เขาก็อุทานในใจขึ้นอีกครั้งว่า “เขียนติดดีลายเส้นราบเรียบสม่ำเสมอ แต่ลักษณะภายนอกดูแล้วไม่เหมาะกับเขาเพราะเขาจับไม่ถนัดมือเท่าไรนัก” ต่อมาเขาเจอกับปากกาอีกด้ามนึง ปากกาด้ามนี้มองจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วสวยงามสะดุดุตาเป็นอย่างมาก ภายนอกก็ดูสดใสแวววาวสวยงามเป็นประกายระยิบระยับ และยังมีกล่องใส่ประดับสวยงามอีกชั้นนึง แต่เมื่อมองดูและพิจารณาดีๆแล้ว ปากกาด้ามนี้มีรอยตำหนิที่ถูกดึงออกมาจากกล่องที่ปิดสนิทอยู่จำนวนหลายครั้งอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าก่อนที่เขาจะมาเปิดออกดูได้มีผู้คนจำนวนมากได้เปิดออกดูก่อนหน้าเขาแล้ว เพราะแค่หยิบขึ้นมาดูมันก็แทบจะร่วงหล่นลงพื้นในทันที ที่สำคัญเมื่อลองขีดๆดูแล้ว กลับพบว่ามันเป็นหมึกสีดำไม่ใช่สีน้ำเงินดังใจที่เขาต้องการ
เมื่อลองพิจารณาปากกาทั้งสามด้ามดูแล้ว เขาพบว่าเขาชอบใจปากกาด้ามที่สามมากที่สุด เพราะลวดลายสวยงามจากภายนอก แต่ความชอบกับความต้องการกลับก่อความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงภายในตัวเขา เขาครุ่นคิดถี่ถ้วนแล้วว่า แม้เราจะชอบปากกาด้ามที่สามมากก็จริงอยู่ แต่ในอดีตเขาก็เคยได้ใช้ปากกาในลักษณะนี้มาก่อน ปากกาด้ามนี้เมื่อพกไปไหนก็ต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอด กลัวคนอื่นจะมาแย่งเอาไปจากเขาหรือต้องคอยถนอมทุกเวลา คอยเช็ดคอยถู จนบางครั้งก็เกือบลืมไปเลยว่าเขาซื้อมันมาเพื่อรับใช้เขาในการเผยแพร่ความรู้สู่มวลชน ไม่ใช่เขามารับใช้ปากกาจนไม่กล้าที่จะหยิบจับขึ้นมาเขียน เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว เขาจึงตัดสินใจไม่ซื้อปากกาเลยสักด้าม เพื่อที่จะค้นหาปากกาที่ถูกใจเขามากที่สุดนั่นเอง

















ด้านบนเลยครับ 