
ศิษย์ “อาจารย์ครับ การทำงานนี่มีแต่ปัญหาอุปสรรคอยากให้ช่วยแนะนำด้วยครับ”
อาจารย์ “เราก็ต้องเรียนรู้สิ่งรอบๆตัวมาช่วยสอนเราบ้าง”
ศิษย์ “ปัจจุบันคนต้องทำงานอยู่ในสำนักงานไม่ค่อยได้พบธรรมชาติจะทำอย่างไรดีครับ”
อาจารย์“ธรรมะนี้คือทุกๆสิ่ง ไม่ได้แยกว่าเป็นที่ทำงานหรือในป่า เพียงแต่ว่าในสถานที่ที่เหมาะสม มันง่ายที่จะมองเท่านั้น ใจเราที่วุ่นวายทำให้มองไม่เห็นต่างหาก”
ศิษย์ “เช่นอะไรบ้างครับ”
อาจารย์“ในการทำงานสิ่งแรกที่เราทำก็คือเปิดไฟใช่ไหม เราเปิดไฟเพื่อให้มองเห็น แสงยิ่งสว่างก็ยิ่งเห็นชัด ก็เปรียบเหมือนการทำงานเราก็ต้องมีปัญญามีความรู้ความสามารถ คนที่มีปัญญามากก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ตำแหน่งที่ดี เราควรแสวงหาความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานให้มากที่สุด เหมือนที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า แสงสว่างเสมือนด้วยปัญญาไม่มี เมื่อเราทำได้ชีวิตเราก็จะมีแต่ความรุ่งเรือง”
ศิษย์“เข้าเค้าครับอาจารย์”
อาจารย์“ในที่ทำงานก็มีสิ่งมากมายให้เราเห็น บางครั้งความทุกข์เกิดขึ้นง่ายๆจากการให้ค่าสิ่งต่างๆ และหลงไปเป็นในสิ่งที่เราเห็นนั้นเสียเอง”
ศิษย์“งงไปใหญ่เลย ครับ”
อาจารย์“เอา ลองดูก่อนทำงานเราก็ต้องเซ็นต์ชื่อหรือตอกบัตร ทีนี้พอเราดูเราเห็นทุกวัน เราก็เลยกลายเป็นเครื่องตอกบัตรไปเสียเอง คอยมองว่าใครมาก่อนมาหลัง ใครให้คนอื่นตอกบัตรแทน แล้วก็คิดไปสารพัดว่าฉันมาเร็วต้องได้โบนัสมากกว่าคนที่มาสายกว่าฉัน ไปกันใหญ่แล้ว ถ้ามาเร็วได้โบนัสมาก ถ้าอย่างนั้นพนักงานทำความสะอาดหรือยาม ต้องได้โบนัสมากกว่าใครทั้งหมดแน่ๆ นี่เป็นตัวอย่างของการเป็นเครื่องตอกบัตร
เคยเห็นไม้บรรทัดไหมเขาเอาไว้ตีเส้น เราก็กลายเป็นไม้บรรทัดที่คอยตีเส้นให้คนอื่นเขาไปเรื่อย คนนี้ต้องเป็นอย่างนี้ คนนี้ต้องเป็นอย่างนั้น คนนี้ทำเกินหน้าที่ประจบเจ้านาย ฯลฯ ไปกันใหญ่อีกแล้ว
ยางลบหรือลิควิดเปเปอร์นี้เขาเอาไว้ลบคำผิด แต่บางคนนี้มันจ้องจับผิดคนอื่นตลอด แทนที่จะทำตัวให้ดีกลับไปมองจุดเสียแล้วแอบนึกภูมิใจตัวเองที่เลวน้อยกว่า เปรียบเสมือนการทำให้เส้นตัวเองนั้นยาวด้วยการลบเส้นคนอื่นให้สั้นลง
ถังขยะนี่เขาเอาไว้ใส่ขยะ ใจเราที่สะสมสิ่งไม่ดีไว้โดยไม่รู้สึกตัว เช่นความรู้สึกอิจฉา การนินทาว่าร้าย ความเกลียจคร้าน คอยเป็นที่สะสมของความไม่ดี เราก็เลยกลายเป็นถังขยะเสียเอง
ที่แย่ที่สุดคือการทำตัวเป็นศาลเป็นนิติกรประจำบริษัท ไปแย่งหน้าที่คนอื่นเขา ใครทำอะไรค้านไปหมด ตรวจสอบไปหมดทุกเรื่อง สุดท้ายก็ไม่มีผลงานอะไร เพราะคนที่ไม่ทำอะไรผิดก็คือคนที่ไม่ทำอะไร ไม่มีใครอยากเข้าไปปรึกษาหรืออยากเข้าใกล้ ตัวเองกลับคิดว่าตัวเองเก่งและดีที่สุดแต่คนอื่นเขามองว่าเป็นวัตถุโบราณ พวกอนุรักษ์หัวเก่า กลายเป็นคนถ่วงความเจริญของหน่วยงานไป”
ศิษย์“แล้วเราควรทำตัวอย่างไรครับ”
อาจารย์ “ทำตัวเหมือนผ้าถูพื้น ทำตัวเหมือนถ้วยชาม ทำตัวเหมือนเครื่องปรับอากาศ ทำตัวเหมือนห้องน้ำ”
ศิษย์ “เอ ผมรู้สึกว่าจะมีแต่ของสกปรกนะครับ”
อาจารย์ “ก็คงอย่างนั้นแหละ เพราะว่าการทำงานนี่ถ้าเรารู้จักมองคุณค่าของมันแล้ว มันมีสองส่วนแยกกันอยู่
ส่วนหนึ่งคือรายได้ที่เราใช้เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวพ่อแม่พี่น้องของเรา
ส่วนที่สองคือ คุณค่าต่อหน่วยงาน องค์กร คุณค่าต่อเพื่อนร่วมงาน คุณค่าในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง
สิ่งเหล่านี้เป็นคุณค่าที่เราควรตระหนักให้มากๆ ในการทำงานที่มีความสุขเพราะว่ามันทำให้เกิดการประสานงาน ความร่วมมือ เกิดเป็นบรรยากาศอันอบอุ่นเป็นกันเองในการทำงานและปัญหาในการทำงานมากกว่าครึ่งก็มาจากส่วนนี้นี่เอง
การเรียนรู้คุณค่าของตัวเองในฐานะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของหน่วยงานมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับ การช่วยเหลือ การมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จ คือคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต ไม่ใช่ตำแน่งหรือเงินเดือนมากๆแต่ทำงานน้อยๆ อันนี้เป็นความเข้าใจผิดที่ปลูกฝังกันมานานและเป็นไปตามอำนาจของกิเลสตัณหามากกว่าปัญญา
สิ่งที่ดูสกปรก เช่นไม้ถูพื้นที่ยอมตัวสกปรกเพื่อให้พื้นสะอาด ไม่มีฝุ่นละอองปลิวเข้าจมูกให้สูดดม บางครั้งเราอาจต้องทำตัวเก็บกวาดความสกปรก รวมทั้งแก้ไขปัญหาเล็กๆน้อยบ้างเพื่อให้ที่ทำงานนั้นน่าอยู่ น่าทำงาน
ถ้วยชามที่ใส่เครื่องดื่มแก้กระหาย หรืออาหารบำรุงจิตใจและร่างกาย เมื่อสกปรกก็ล้างทำความสะอาดเก็บเข้าที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้เหมือนเดิม เมื่อเรามีอะไรดีๆที่น่าจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมงานไม่ว่าจะเป็นน้ำใจช่วยเหลือ เป็นขนมหรือของฝากเราก็หามาเป็นน้ำใจแก้เพื่อนร่วมงาน แล้วอย่าลืมล้างความรู้สึกเป็นบุญคุณไปด้วยเหมือนถ้วยชามที่ใช้แล้วเราก็ต้องล้างเก็บไว้เพื่อใช้ใหม่อย่างเก็บความรู้สึกไว้จนเน่าเหม็นเป็นอันขาด
เครื่องปรับอากาศแม้ไม่มีส่วนในความสำเร็จในเนื้องาน แต่ก็ทำให้เกิดภาวะเหมาะสมในการทำงาน ไม่ร้อนจนเครียดทำงานไม่ได้ เปรียบเสมือนการที่เรารู้จักพูดจาไพเราะต่อกัน ถึงจะไม่มีผลต่องานแต่ก็ทำให้ทำงานได้ไม่เคร่งเครียด เกิดบรรยากาศที่ดีในการทำงาน
ห้องน้ำก็เป็นที่ๆทุกคนไม่ปฏิเสธ ได้ระบายความทุกข์ ได้ล้างหน้าแปรงฟัน หวีผม ทำให้จิตใจมีความสุข บางทีถึงได้เรียกว่าห้องสุขา เพราะเข้าไปแล้วมีความสุขยิ้มแย้มออกมาทุกคน เปรียบเหมือนการให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนร่วมงาน พวกเขาก็จะมีความสุขกลับไปทุกคน
มีคนกล่าวว่าชีวิตก็เหมือนละคร ละครก็เหมือนชีวิต เพราะในการทำงานก็เหมือนการสวมบทบาทตัวละครในบทละครหรือภาพยนตร์ หนังดีๆเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมหรือได้รับรางวัล ก็ไม่ได้มีแต่ดารานำชายหญิงเท่านั้นที่ทำให้เรื่องสนุกประทับใจ ยังมีตัวประกอบ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้แก่ ผู้กำกับ คนเขียนบท ช่างถ่ายภาพ คนตัดต่อ คนทำดนตรี ฯลฯ ที่เขายังยกย่องและมีรางวัลให้ด้วย ทุกคนช่วยกันทำให้งานแสดงออกมาสมบูรณ์และสนุกสนานหรือแม้แต่คนที่ทำอาหาร ช่างแต่งหน้า ช่างไฟ ฯลฯ ก็ล้วนเป็นส่วนในการสนับสนุนในการสร้างภาพยนตร์ นอกจากรายได้เลี้ยงตัวเองแล้วในส่วนลึกพวกเขาก็ภูมิใจในหน้าที่ของตัวเองว่าอยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นด้วย
ในขณะที่เธอทำงาน เธอคือส่วนสำคัญที่ทำให้งานในบริษัทดำเนินไปได้ เธอเป็นส่วนที่มีค่า เป็นฟันเฟืองที่ทำให้เครื่องจักรเดินไปได้ เป็นหมุดหรือน็อตที่ยึดส่วนต่างๆให้อยู่ร่วมกัน แต่บางครั้ง เธออาจไม่รู้สึกภูมิใจเลย เพราะทั้งเหนื่อยทั้งลำบาก แต่เมื่อเธอหายเหนื่อย ได้พักสักครู่หรือได้หยุดคิดทบทวน จิตใจของเธอรับรู้และตระหนักถึงคุณค่าของตัวเธอเอง และบอกได้ถึงความสุขที่แท้จริง ในการใช้ชีวิตของคนๆหนึ่งทีเดียว
ปัญหาในการทำงานก็เป็นเสมือนเครื่องทดสอบปัญญาความรู้ความสามารถของเธอ อุปสรรคต่างๆก็เป็นสิ่งท้าทายให้ได้ไต่ข้ามไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นไป ความสุขขึ้นอยู่กับการมองอย่างสร้างสรรค์ด้วยใจที่เข้มแข็งและเชื่อมั่นในความสามารถและความดีที่มีอยู่ในตัวเธอ ปัญหาและอุปสรรคก็จะกลายเป็นประโยชน์ในตัวเธอ พัฒนาหน่วยงาน บริษัท รวมทั้งประเทศชาติของเราด้วย”
ศิษย์“ขอบคุณมากๆเลยครับ ผมฟังแล้วสบายใจมาก คราวหน้าถ้าเห็นอะไร ในที่ทำงานผมจะได้เอาไว้นึกเตือนตัวเองเสมอๆครับ”

















ด้านบนเลยครับ 