การสอบซ่อมภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551
ข้อสอบกระบวน LW 213 กฎหมายตั๋วเงิน
สอบวันที่ 15 สิงหาคม 2552 คาบที่ 2 เวลา 14.00-16.00 น.
คำแนะนำ ข้อสอบเป็น อัตนัยล้วน มี 3 ข้อ
ข้อ 1. (ก) การรับรองตั๋วแลกเงินคืออะไร ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย (10 คะแนน)
(ข) บัวขาวเป็นผู้รับเงินตามตั๋วแลกเงินที่โคกสำโรงเป็นผู้จ่าย มีบัวแดงเป็นผู้สั่งจ่ายและขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ออกแล้ว บัวขาวจะสลักหลังและส่งมอบตั๋วแลกเงินให้แก่บัวเหลืองเพื่อชำระราคาสินค้าที่ซื้อจากบัวเหลือง แต่บัวเหลืองให้บัวขาวนำตั๋วแลกเงินไปให้โคกสำโรงยืนยันว่าจะจ่ายเงิน บัวขาวจึงไปถามโคกสำโรงว่าจะจ่ายเงินหรือไม่ โคกสำโรงจึงเขียนข้อความว่า “ยินดีจ่ายเงินในวันถึงกำหนด” และลงลายมือชื่อไว้ด้านหลังตั๋วแลกเงินไปให้โคกสำโรงจ่ายเงิน แต่โคกสำโรงปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนี้ให้วินิจฉัยว่า บัวเหลืองผู้ทรงจะฟ้องโคกสำโรงให้รับผิดตามในฐานะผู้รับรองตั๋วแลกเงินได้หรือไม่อย่างไร (15 คะแนน)
ธงคำตอบ
(ก) การรับรองตั๋วแลกเงินคืออะไร
เมื่อผู้สั่งจ่ายออกตั๋วแลกเงินสั่งผู้จ่ายให้จ่ายเงินตามตั๋วแก่ผู้รับเงิน ฐานะผู้จ่ายเป็นเพียงบุคคลภายนอกตั๋วเงิน เนื่องจากผู้จ่ายไม่ได้เข้ามาลงลายมือชื่อผูกพันตามตั๋วแลกเงินแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อตั๋วแลกเงินถึงกำหนดใช้เงินและผู้จ่ายไม่จ่ายเงิน ผู้รับเงินจะใช้สิทธิไล่เบี้ยให้ผู้จ่ายเงินจ่ายเงินไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงกำหนดวิธีการขึ้นมาเรียกว่า “การรับรอง” โดยให้ผู้รับเงินหรือผู้ทรงตั๋วนำตั๋วแลกเงินนั้นไปยื่นต่อผู้จ่ายก่อนถึงเวลากำหนดใช้เงิน เพื่อให้ผู้จ่ายได้ลงลายมือชื่อในตั๋วแลกเงิน เป็นการรับรองว่าผู้จ่ายใช้เงินเมื่อถึงกำหนด การลงลายมือชื่อรับรองเช่นนี้เป็นสร้างความผูกพันตามตั๋วแลกเงินขึ้นมาว่า ผู้รับรองจะจ่ายเงินจำนวนที่รับรองตามเนื้อความแห่งคำรับรองของตน
การรับรองจะต้องทำตามวิธีที่กำหนดไว้ในมาตรา 931
การรับรองตั๋วแลกเงินของผู้จ่ายนั้น มาตรา 931 ได้กำหนดแบบหรือวิธีการรับรองไว้โดยกำหนดให้ผู้จ่ายลงข้อความว่า “รับรองแล้ว” (accepted) หรือข้อความอย่างข้อความอย่างอื่นทำนองเช่นเดียวกัน เช่น “รับรองจะใช้เงิน” หรือ “ยินยอมจะใช้เงิน” ฯลฯ และลงลายมือชื่อของผู้จ่ายในด้านหน้าแห่งตั๋วแลกเงินนั้น และอาจลงวันที่รับรองไว้หรือไม่ก็ได้ หรือเพียงแต่ผู้จ่ายลงลายมือชื่อของตนในด้านหน้าแห่งตั๋วเงินนั้นเพียงลำพังโดยไม่จำต้องมีข้อความดังกล่าวอยู่เลยก็จัดว่าเป็นคำรับรองเช่นเดียวกัน
การรับรองตั๋วแลกเงินมี 2 ประเภท มาตรา 935 คือ
1) การรับรองตลอดไป (A General Acceptance) หมายถึง การที่ผู้จ่ายรับรองการจ่ายเงินทั้งหมดตามจำนวนเงินที่ปรากฏในตั๋ว โดยไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขในการจ่ายเงิน ดังนั้น หากผู้จ่ายได้เขียนไว้ในตั๋วว่า “รับรอง” คำรับรองดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการรับรองตลอดไป เพราะผู้จ่ายไม่ได้โต้แย้งคำสั่งผู้สั่งจ่าย
2) การรับรองเบี่ยงบ่าย (A Qualified Acceptance) การที่ผู้จ่ายรับรองการจ่ายเงินเพียงบางส่วนหรือมีเงื่อนไขในการจ่ายเงิน เป็นการรับรองโดยเปลี่ยนแปลงไปจากคำสั่งที่ผู้จ่ายเขียวไว้
การรับรองเบี่ยงบ่ายจึงมีได้ใน 2 กรณี คือ
(2.1) การรับรองเบี่ยงบ่ายอย่างมีเงื่อนไข (A condition Acceptance)
(2.2) การรับรองเบี่ยงบ่ายบางส่วน (A partial Acceptance)
(ข) การรับรองตั๋วเงิน คือ การแสดงเจตนาของผู้จ่ายในอันที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้สั่งจ่ายอีกทั้งการรับรองตั๋วเงินตามมาตรา 931 นั้นต้องกระทำลงในด้านหน้าตั๋วเงินเท่านั้น ถ้ากระทำลงด้านหลังไม่ถือว่าเป็นการรับรอง ตามมาตรา 899
วินิจฉัย
จากข้อเท็จจริงตามปัญหา การที่บัวเหลืองให้บัวขาวนำตั๋วแลกเงินไปให้โคกสำโรงยืนยันจะจ่ายเงินโดยโคกสำโรงเขียนข้อความว่า “ยินดีจ่ายเงินในวันถึงกำหนด” และลงลายมือชื่อไว้ด้านหลังตั๋วแลกเงิน การที่โคกสำโรงผู้จ่ายทำการรับรองที่ด้านหลังตัวแลกเงินถือว่าเป็นการรับรองที่ผิดแบบที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น เมื่อตั๋วแลกเงินถึงกำหนดบัวเหลืองผู้ทรงจะฟ้องโคกสำโรงผู้จ่ายให้รับผิดในฐานผู้รับรองตั๋วแลกเงินไม่ได้
ข้อ 2. (ก) “ผู้สั่งจ่ายเช็ค” สามารถที่จะทำการระบุข้อความว่า “ห้ามเปลี่ยนมือ” ลงในเช็คได้หรือไม่อย่างไร จงอธิบาย (10 คะแนน)
(ข) นางสาวตุ๊กตาสั่งจ่ายเช็คเป็นเงินจำนวน 500,0"00 บาท ระบุให้ใช้เงินแก่นางสาวสายฝนและขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ในเช็คออก พร้อมทั้งเขียนระบุข้อความว่า “A/C PAYEE onLY” ลงที่ด้านหลังเช็ค แล้วส่งมอบชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่นางสาวสายฝน ต่อมาหากนางสาวสายฝนจะทำการสลักหลัง และส่งมอบเช็คฉบับดังกล่าวชำระหนี้ค่าเช่าอาคารให้แก่นางสาวสายน้ำ จะสามารถกระทำได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (15 คะแนน)
ธงคำตอบ
(ก) หลักกฎหมายที่จะนำมาปรับกับข้อเท็จจริง คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งบัญญัติไว้พอสรุปได้ดังนี้
มาตรา 917 เมื่อผู้สั่งจ่ายเขียนลงในด้านหน้าแห่งตั๋วแลกเงินว่า “เปลี่ยนมือไม่ได้” ดังนี้ก็ดี หรือเขียนคำอื่นอันได้ความเป็นทำนองเช่นเดียวกันนั้นก็ดี ท่านว่าตั๋วเงินนั้นย่อมจะโอนให้กันโดยรูปการและด้วยผลอย่างการโอนสำคัญ
มาตรา 995 (3) เช็คขีดคร่อมทั่วไปหรือเช็คขีดคร่อมเฉพาะ ผู้ทรงจะเติมคำว่า “ห้ามเปลี่ยนมือ” ก็ได้
กรณีตามปัญหา ผู้สั่งจ่ายเช็คสามารถที่จะระบุข้อความห้ามเปลี่ยนมือลงในเช็คได้ ตามมาตรา 917 วรรค 2 เนื่องจากเช็คไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะให้นำเรื่องตั๋วแลกเงินมาบังคับใช้กับเช็คได้เพียงเท่าที่ไม่ขัดกับสภาของเช็ค ตามมาตรา 989 อีกทั้งในเช็คขีดคร่อม ผู้สั่งจ่ายเช็คก็สามารถลงข้อความ “ห้ามเปลี่ยนมือ” ได้เช่นกันตามมาตรา 995 (3)
(ข) จากข้อเท็จจริงตามปัญหา พิเคราะห์ได้ว่า เช็คฉบับดังกล่าว เป็นกรณีที่ผู้สั่งจ่ายคือตุ๊กตา ตั้งข้อจำกัดการโอนตามมาตรา 917 วรรคสอง โดยเขียน A/C PAYEE onLY แต่การลงข้อความดังกล่าวนั้นได้เขียนลงไว้ด้านหลังเช็คกฎหมายถือว่าไม่มีผลประการใดเลยตามมาตรา 899 เมื่อการเขียนข้อกำหนดดังกล่าวไม่มีผลจึงถือว่าไม่มีข้อกำหนดห้ามโอนไว้ในตั๋ว
ดังนั้นหากฝนจะทำการสลักหลังและส่งมอบเช็คฉบับดังกล่าวชำระหนี้ค่าเช่าอาคารให้แก่นางสาวน้ำ สามารถกระทำได้ โดยการสลักหลังและส่งมอบตามมาตรา 917 วรรคสอง ประกอบมาตรา 989
สรุป นางสาวฝนสามารถโอนเช็คฉบับดังกล่าวให้กับนางสาวน้ำได้โดยการสลักหลังและส่งมอบตามมาตรา 917 วรรคสอง
ข้อ 3. (ก) คำว่า “ตั๋วเงินชนิดจะพึงใช้เงินตามเขาสั่งเมื่อทวงถาม” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1009 นั้น หมายถึงตั๋วเงินประเภทใดบ้าง อนึ่งกฎหมายตั๋วเงินได้บัญญัติให้การคุ้มครองธนาคารโดยให้ถือว่าธนาคารได้ใช้เงินไปถูกระเบียบต่อเมื่อธนาคารผู้ใช้เงินนั้นต้องปฏิบัติภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด (10 คะแนน)
(ข) ปรากฏข้อเท็จจริงในเช็คพิพาทสองฉบับ กล่าวคือ
ฉบับแรก ภริยาลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทแทนสามีโดยสามีมิได้มอบหมายหรือให้อำนาจ เนื่องจากสามีไปดูงานในต่างประเทศ กลับมาทราบแล้วก็มิได้ติดใจ ทั้ง ๆที่ผู้ทรงได้นำเช็คไปฝากให้ธนาคารอื่นเรียกเก็บเงินได้สำเร็จ
ฉบับที่สอง ธนาคารผู้จ่ายได้จ่ายเงินไปตามเช็คพิพาทที่ตกหายไปทั้งที่ได้รับคำบอกล่าวจากผู้ทรงเดิมแล้วว่าเช็คนั้นตกหายไป แต่ผู้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินนั้นเป็นผู้ได้รับเช็คจากผู้เก็บตกได้ไว้โดยสุจริตและไม่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า ธนาคารผู้จ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสองฉบับดังกล่าวได้จ่ายเงินไปโดยถูกระเบียบและหักบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของผู้สั่งจ่ายได้เพียงใดหรือไม่ เพราะเหตุใด (15 คะแนน)
ธงคำตอบ
(ก) คำว่า “ตั๋วชนิดจะพึงใช้เงินตามเขาสั่งเมื่อทวงถาม” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1009 หมายถึง
เช็คและตั๋วแลกเงินของธนาคารชนิดที่ให้ใช้เงินเมื่อทวงถาม
ธนาคารจะหลุดพ้นจากความรับผิดเพราะการใช้เงินไปตามตั๋วเงินดังกล่าว ต่อเมื่อปฏิบัติหลักเกณฑ์ดังนี้ คือ
1. ธนาคารได้ใช้เงินตามทางค้าปกติ (คือในระหว่างวัน - เวลาที่เปิดทำการและในธนาคาร)
2. ธนาคารได้ใช้เงินไปโดยสุจริต และปราศจากความประมาทเลินเล่อ
3. ธนาคารไม่มีหน้าที่นำสืบว่าลายมือชื่อผู้สลักหลังเป็นลายมือชื่อปลอมหรือลงโดยปราศจากอำนาจหรือไม่ เพียงแต่ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ปลอม
(ข) มาตรา 1008 บัญญัติว่า “เมื่อใดลายมือชื่อในตั๋วเงินเป็นลายมือปลอมก็ดี เป็นลายมือชื่อลงไว้โดยที่บุคคลซึ่งอ้างเอาเป็นเจ้าของลายมือชื่อนั้นมิได้มอบอำนาจให้ลงก็ดี ท่านว่าลายมือชื่อปลอมหรือลงปราศจากอำนาจเช่นนั้นเป็นอันใช้ไม่ได้เลย ใครจะอ้างอิงอาศัยแสวงสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อยึดหน่วงตั๋วเงินไว้ก็ดี เพื่อทำให้ตั๋วนั้นหลุดพ้นก็ดี หรือเพื่อบังคับใช้เงินเอาแก่คู่สัญญาแห่งตั๋วนั้นคนใดคนหนึ่งก็ดี ท่านว่าไม่อาจจะทำได้เป็นอันขาดเว้นแต่คู่สัญญาฝ่ายซึ่งจะพึงถูกยึดหน่วงหรือถูกบังคับใช้เงินนั้นจะอยู่ในฐานเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกข้อลายมือชื่อปลอม หรือข้อลงลายมือชื่อปราศจากอำนาจนั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้
แต่ข้อความใด ๆ อันกล่าวมาในมาตรานี้ ท่านมิได้กระทบกระทั่งถึงการให้สัตยาบันแก่ลายมือชื่อซึ่งลงไว้โดยปราศจากอำนาจแต่หากไม่ถึงแก่เป็นลายมือปลอม”
มาตรา 991 วางหลักว่า หน้าที่ของธนาคารต้องใช้เงินตามเช็คที่จะเลือกจ่ายหรือไม่ก็ได้
(3) มีคำบอกกล่าวว่าเช็คหายหรือถูกลักไป (ใครบอกก็ได้)
จากข้อเท็จจริงตามปัญหาแยกประเด็นวินิจฉัยได้ดังนี้
ฉบับแรก การที่ภริยาลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทแทนสามีโดยมิได้รับมอบหมาย เนื่องจากสามีไปดูงานในต่างประเทศ กลับมาแล้วก็มิได้ติดใจทั้งที่ผู้ทรงได้นำเช็คไปฝากให้ธนาคารอื่นเรียกเก็บเงินได้สำเร็จ กรณีนี้ถือได้ว่าเป็นเช็คที่มีลายมือชื่อลงโดยปราศจากอำนาจตามมาตรา 1008 วรรคแรก แต่การที่สามีกลับจากต่างประเทศมาแล้วมิได้ทักท้วงประการใดถือว่าได้มีการให้สัตยาบันเช็คฉบับดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์ ตามมาตรา 1008 วรรคสอง
ดังนั้น การที่ธนาคารผู้จ่ายจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าวไปโดยถูกระเบียบและหักเงินจากบัญชีผู้สั่งจ่ายสามารถกระทำได้
ฉบับที่สอง การที่ธนาคารผู้จ่ายเงินไปตามเช็คพิพาทที่ตกหายไปทั้งที่มีคำบอกกล่าวจากผู้ทรงเดิมแล้วว่าเช็คนั้นหาย ธนาคารสามารถใช้ดุลยพินิจในการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 991 (3)
ดังนั้น ธนาคารผู้จ่ายเงินตามเช็คพิพาทจ่ายไปโดยถูกระเบียบและหักเงินจากบัญชีผู้สั่งจ่ายสามารถกระทำได้ตามมาตรา 991 (3)

















ด้านบนเลยครับ 