Welcome
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ เอ็มเจชีทราม

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ เอ็มเจ ชีทราม คลังเฉลยข้อสอบ ม.รามคำแหง เพื่อการใช้งานเว็บบอร์ดที่เต็มประสิทธิภาพ กรุณาทำการสมัครสมาชิก และทำการ Login เข้าสู่ระบบด้วยครับ

สมัครสมาชิก คลิ๊กเลย!

ใช้ชื่อภาษาไทยในการสมัครสมาชิกได้ครับ

การสอบซ่อมภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551

1 / 51, S / 50, 2 / 50, 1 / 50

Moderator: พี่หม่อน

Forum rules
Image
Image
Image
Image
Image

ImageImageImageImageImage
ImageImageImageImageImage


สนใจลงโฆษณากับ เอ็มเจ ชีทราม คลิ๊กที่นี่

การสอบซ่อมภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551

Postby พี่หม่อน on Sat Aug 29, 2009 7:57 pm

การสอบซ่อมภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551
ข้อสอบกระบวนวิชา LW 203 กฎหมายนิติกรรมและสัญญา

สอบวันที่ 15 สิงหาคม 2552 คาบที่ 2 เวลา 09.30-12.00 น.


คำแนะนำ ข้อสอบเป็น อัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นายโลภเป็นชายหนุ่มได้อยู่กินกับนางโทสะ ซึ่งเป็นหญิงหม้ายอายุแก่กว่าประมาณ 20 กว่าปี ต่อมานายโลภแนะนำนางโทสะให้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงหนึ่งของตนให้แก่นายโลภหลอก ๆ เพื่อป้องกันมิให้บุตรของนางโทสะที่เกิดจากสามีเดินมาเอาที่ดินนั้นไป เมื่อทั้งสองปรึกษาหารือกันแล้ว นางโทสะจึงขายที่ดินแปลงนั้นให้แก่นายโลภในราคา 3 ล้านบาท โดยในสัญญาระบุว่านายโลภได้รับเงินครบถ้วนแล้ว ทั้งที่ความจริงนายโลภไม่ได้จ่ายเงินค่าที่ดินแปลงนั้นให้แก่นางโทสะเลย ต่อมานายโลภได้เล่าความจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้นายโมหะน้องชายของตนฟัง ทำให้นายโมหะอยากได้ที่ดินแปลงนั้นมาก นายโมหะก็เลยอ้อนวอนขอที่ดินแปลงนั้นจากนายโลภ นายโลภจึงจำใจยกที่ดินแปลงนั้นให้แก่นายโมหะ ต่อมานายโลภรู้สึกเสียดายที่ดินแปลงนั้นนายโลภจึงไปทวงที่ดินแปลงนั้นคืนจากนายโมหะ โดยอ้างว่าตนมิได้มีเจตนาจะให้ที่ดินแปลงนั้นแก่นายโมหะจริง ๆ นายโมหะไม่ยอมคืน ดังนี้ นายโลภหรือนางโทสะจะสามารถฟ้องคดีเรียกที่ดินแปลงนั้นคืนจากนายโมหะได้ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 วรรคหนึ่ง , มาตรา 154

กรณีตามปัญหา การที่นายโลภแนะนำนางโทสะให้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินของนางโทสะให้แก่นายโลภหลอก ๆ นั้น ในการที่นายโลภกับนางโทสะได้สมรู้กันแสดงเจตนาลวง การแสดงเจตนาดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ตามมาตรา 155 วรรค 1 ที่ดินแปลงนี้จึงยังเป็นของนางโทสะอยู่

นายโมหะ เป็นบุคคลภายนอก แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม มาตรา 155 วรรค 1 ตอนท้าย เพราะการที่นายโมหะได้ล่วงรู้ถึงการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างนายโลภกับนางโทสะ จึงเป็นกรณีที่นายโมหะมิได้กระทำการโดยสุจริต อีกทั้งนายโมหะได้ที่ดินมาจากการให้โดยนายโลภ นายโมหะจึงไม่เสียหายจากการแสดงเจตนาลวง ดังนั้น นายโมหะจึงไม่รับความคุ้มครอง นางโทสะสามารถฟ้องเรียกที่ดินคืนจากนายโมหะได้

ในกรณีของนายโลภ ที่ได้ยกที่ดินให้แก่นายโมหะไปโดยที่ในใจจริงของนายโชคมิได้ต้องการให้ก็ตาม ก็หาทำให้การแสดงเจตนาของนายโลภตกเป็นโมฆะไม่ เพราะขณะที่นายโลภยกที่ดินให้นายโมหะ นายโมหะมิได้รู้ถึงเจตนาแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในใจของนายโลภ ตามมาตรา 154 ดังนั้น การแสดงเจตนาของนายโลภจึงไม่ตกเป็นโมฆะ นายโลภจึงไม่สามารถฟ้องคดีเรียกที่ดินแปลงนั้นคืนจากนายโมหะได้

สรุป นายโทสะสามารถฟ้องเรียกคืนที่ดินจากนายโมหะได้

แต่นายโลภไม่สามารถฟ้องเรียกคืนที่ดินจากนายโมหะได้



ข้อ 2. นายดำอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ขายแหวนเพชรวงหนึ่งให้นายแดงราคา 100,000 บาท โดยไม่ได้รับความยินยอมจากนายขาวบิดาแต่อย่างใด สัญญาซื้อขายแหวนเพชรจึงมีผลเป็นโมฆียะ หลังจากนั้นอีก 1 ปี นายขาวรู้เรื่องโมฆียกรรมนั้น นายขาวจึงใช้สิทธิบอกล้างโมฆียกรรมกับนายแดง นายแดงอ้างว่า นายขาวไม่มีสิทธิบอกล้างเพราะนายดำอายุ 19 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะมูลเหตุให้เป็นโมฆียกรรมนั้นยังไม่หมดสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 179

ดังนี้ ข้ออ้างของนายแดงชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด


ธงคำตอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 179 , 181

กรณีตามปัญหา กำหนดการบอกล้างโมฆียกรรมตามมาตรา 181 นั้น จะบอกล้างมิได้เป็นพ้นเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ ซึ่งในกรณีนี้ นายขาวผู้แทนโดยชอบธรรม สามารถให้สัตยาบันแก่โมฆียกรรมได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มูลเหตุแห่งโมฆียกรรมหมดสิ้นไป เพราะต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 179 วรรคท้าย ดังนั้น เมื่อนายขาวสามารถให้สัตยาบันได้ทันทีที่ทราบถึงนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ นายขาวก็สามารถบอกล้างนิติกรรมนั้นได้ โดยสามารถเริ่มบอกล้างได้ตั้งแต่วันที่ทราบถึงนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี นับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้นั้นก็คือ ไม่เกิน 1 นับตั้งแต่วันที่นายขาวได้ทราบถึงนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ

ดังนั้นเมื่อนายขาวรู้เรื่องนิติกรรมนั้น นายขาวได้ใช้สิทธิ บอกล้างโมฆียกรรมกับนายแดงได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้นายดำบรรลุนิติภาวะ ตามข้ออ้างของนายแดง ดังนั้นข้ออ้างของนายแดงจึงฟังไม่ขึ้น

สรุป ข้ออ้างของนายแดงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะนายขาวมีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรมได้ทันที


ข้อ 3. นายชัยยศได้ไปสมัครทำงานเป็นยามที่บริษัทยานยนต์ไทย จำกัด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.00 น. นายประชุมผู้จัดการฝ่ายขายได้สัมภาษณ์นายชัยยศจนเป็นที่พอใจ จึงได้รับให้นายชัยยศทำงานเป็นยามของบริษัท แต่เนื่องจากยามคนเก่าได้ลาออกและไม่มีผู้ทำหน้าที่แทน นายประชุมจึงให้ นายชัยยศ เริ่มทำงานในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป จนกระทั่งงานเลิกในเวลา 18.00 น. นายประชุมผู้จัดการฝ่ายขายได้ทำสัญญาจ้างนายชัยยศมีกำหนดระยะเวลาทดลองงานเป็นเวลา 6 เดือน แต่เนื่องจากนายชัยยศมาสมัครงานหลังจากที่เจ้าหน้าที่การเงินได้ทำบัญชีเงินเดือนของพนักงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถจ่ายเงินเดือนให้แก่นายชัยยศในเดือนกรกฎาคม 2552 ได้ นายประชุมจึงได้ขอขยายวันจ่ายเงินเดือนของนายชัยยศออกไปอีก 7 วัน โดยมิได้มีการกำหนดวันเริ่มต้นแห่งระยะเวลาที่ขยายออกไป ดังนี้อยากทราบว่า

(ก) ระยะเวลาทดลองงาน 6 เดือน ของสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

(ข) นายชัยยศจะได้รับเงินเดือนในวันที่เท่าใด


ธงคำตอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/1 ,193/3 ,193/5,193/7

(ก) การที่นายประชุม ให้นายชัยยศ เริ่มต้นทำงานในวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.30 น. กรณีนี้มิใช่เป็นเวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำงานกันตามประเพณีจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้น ตามมาตรา 193/3 วรรค 2 ตอนท้าย แต่เป็นกรณีที่คู่สัญญาตกลงกันยกเว้นการนับระยะเวลาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยทำนิติกรรมกำหนดเป็นอย่างอื่นตามมาตรา มาตรา 193/1 ดังนั้น การนับระยะเวลาในกรณีนี้จึงเริ่มนับหนึ่งในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552

การที่นายประชุมทำสัญญาจ้างนายชัยยศมีกำหนดระยะเวลาทดลองงานเป็นเวลา 6 เดือน ระยะเวลาทดลองงานของนายชัยยศ เริ่มต้นนับหนึ่งในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ดังนั้นระยะเวลา 6 เดือน ย่อมสิ้นสุดลงในวันที่ 23 มกราคม 2552 ตามมาตรา 193/5

(ข) การที่นายประชุมขอขยายวันจ่ายเงินเดือน ของนายชัยยศออกไปอีก 7 วัน โดยมิได้มีการกำหนดวันเริ่มต้นแห่งระยะเวลาที่ขยายออกไป ในกรณีนี้จึงให้นับต่อจากวันสุดท้ายของระยะเวลาเดิมเป็นวันเริ่มต้น ตามมาตรา 193/7 ซึ่งวันสุดท้ายของระยะเวลาเดิมคือวันที่ 23 มกราคม 2552 เป็นวันเริ่มต้น กรณีนี้จึงเริ่มนับหนึ่งในวันที่ 24 มกราคม 2552 โดยระยะเวลาที่ขยายออกไปอีก 7 วัน จะครบกำหนดในวันที่ 30 มกราคม 2552 ตามมาตรา 193/5 ดังนั้นนายชัยยศจะได้รับเงินเดือนในวันที่ 30 มกราคม 2552

สรุป (ก) ระยะเวลาทดลองงาน 6 เดือน ของนายชัยยศจะสิ้นสุดลงในวันที่ 23 มกราคม 2552

(ข) นายชัยยศจะได้รับเงินเดือนในวันที่ 30 มกราคม 252


ข้อ 4. เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 นายแดงได้เสนอขายบ้านของตนให้แก่นายดำหนึ่งหลังในราคา 2 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขบังคับก่อนว่า ถ้าตนถูกย้ายไปรับราชการที่ต่างจังหวัดภายในเดือนกันยายน 2552 สัญญาซื้อขายบ้านจึงเกิดขึ้น และจะโอนบ้านให้แก่นายดำตามที่เสนอขายไว้ แต่ถ้าภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวตนไม่ถูกย้ายให้สัญญาซื้อขายบ้านเป็นอันเลิกแล้วต่อกัน

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ได้เกิดเพลิงไหม้บ้านข้างเคียงและลุกลามมาไหม้บ้านนายแดงเสียหายหมดทั้งหลัง หลังจากเพลิงสงบแล้วในวันที่ 15 สิงหาคม 2552 นายแดงได้ขอรับเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาทจากนายดำโดยอ้างว่าการซื้อบ้านเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง เมื่อเกิดความเสียหายหรือสูญหายโดยมิใช่ความผิดของลูกหนี้ การสูญหรือเสียหายนั้นย่อมตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้คือนายดำ นายดำจึงต้องชำระดังกล่าวให้แก่ตน ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า ข้ออ้างของนายแดงฟังขึ้นหรือไม่ และนายดำจะต้องชำระเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่นายแดงหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370 , 371

กรณีตามปัญหา ในสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการก่อให้เกิดการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้น ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ทรัพย์นั้น โดยที่จะโทษลูกหนี้มิได้ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป กล่าวคือ เจ้าหนี้ต้องรับบาปเคราะห์แห่งความเสียหายนั้น ตามมาตรา 370

แต่ถ้าเป็นกรณีของสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่งโดยมีเงื่อนไขบังคับก่อน ถ้าเงื่อนไขยังไม่สำเร็จกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นก็ยังไม่โอนไปจนกว่าเงื่อนไขจะสำเร็จ ดังนั้นถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นโดยที่จะโทษลูกหนี้ไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะตกเป็นพับแก่ลูกหนี้ ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นไปตามมาตรา 371 วรรคหนึ่ง

ดังนั้นในกรณีนี้ สัญญาซื้อขายบ้านระหว่างนายแดงกับนายดำ เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่งโดยมีเงื่อนไขบังคับก่อน แต่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จ กล่าวคือ นายแดงยังมิได้ถูกย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด เมื่อเกิดไฟไหม้บ้านที่เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง ที่เกิดขึ้นโดยที่จะโทษนายแดงลูกหนี้มิได้ ดังนั้น ผู้ที่ต้องรับภัยพิบัติจากการที่ทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นสูญหายหรือเสียหายไปในครั้งนี้คือนายแดงผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านดังกล่าว ข้ออ้างของนายแดงจึงฟังไม่ขึ้น

สรุป ข้ออ้างของนายแดงฟังไม่ขึ้น เพราะเป็นกรณีตามมาตรา 371 นายดำจึงไม่ต้องชำระเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่นายแดง
Attachments
LW 203 RE_S_51.doc
(51.5 KiB) Downloaded 59 times
Image

อย่า อย่าหยุดยั้ง ก้าวไปยังสิ่งที่หมาย
ที่เธอใฝ่และฝัน ให้สมหวังดังใจปอง


ขอความร่วมมือใครที่มีข้อสอบอัตนัยไม่ว่าจะเป็นในวิชาหรือของคณะใดๆ ขอความกรุณาช่วยเขียนบอกเพื่อนๆ ด้วย ถ้าพวกเราลูกพ่อขุนเหมือนกันช่วยเหลือกันคนละเล็กละน้อยแล้ว พี่เชื่อว่าไม่มีอะไรที่พวกเราจะทำไม่ได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ส่วนกลาง หรือที่ส่วนภูมิภาคก็ตาม ขอบคุณครับ

ติดต่อกับพี่หม่อนผ่านทางEmail หรือ MSN ได้ที่ mjsheetram@hotmail.com

**** แชตออนไลน์กันสดๆได้แล้ว เพียงสมัครสมาชิกกับเราและทำการล๊อกอินเข้าสู่ระบบแล้วคลิ๊กที่ Image ด้านบนเลยครับ

**** ดาวโหลดไฟล์ไม่ได้ คลิ๊กที่นี่

เพื่อศักดิ์ชาวรามคำแหง
User avatar
พี่หม่อน
ผู้ให้คำแนะนำ
ผู้ให้คำแนะนำ
 
Posts: 542
Joined: Tue Oct 07, 2008 11:15 am

Return to LW 203 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests