การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551
ข้อสอบกระบวนวิชา LW 206 กฎหมายอาญา 1
สอบวันที่ 28 พฤษภาคม 2552 คาบที่ 2 เวลา 14.00 - 16.30 น.
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี 4 ข้อ
ข้อ 1. นายโก๋ออกไปล่าสัตว์ในป่ากับนายเก๋า หลังจากแยกย้ายกันไปล่าสัตว์ได้พักใหญ่ นายโก๋มานั่งพักอยู่ที่จุดนัดพบคอยนายเก๋า ระหว่างนั้นนายโก๋ได้ยินเสียงพุ่มไม้ไหว นายโก๋คิดว่าเป็นหมู่ป่าโดยไม่คิดว่าเป็นนายเก๋า ทั้งๆ ที่ปกตินายเก๋ามักจะชอบล้อเล่นแบบนี้อยู่เสมอ ด้วยความรีบร้อนไม่ดูให้ดี นายโก๋ตัดสินใจใช้ปืนยิงไปหลังพุ่มไม้นั้น ปรากฏว่าหลังพุ่มไม้เป็นนายเก๋า นายเก๋าถูกกระสุนปืนของนายโก๋ถึงแก่ความตาย จงวินิจฉัยความรับผิดทางอายาของนายโก๋
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 59 ว. 3, ว. 4, มาตรา 62 ว.2
กรณีตามปัญหา การที่นายโก๋ใช้ปืนยิงไปหลังพุ่มไม้นั้นถือเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายโดยรู้สำนึกแล้ว ถือได้ว่านายโก๋มีการกระทำทางอาญา แต่เมื่อการที่นายโก๋ยิงไปหลังพุ่มไม้นั้นโดยเข้าใจว่าเป็นหมูป่า จึงเป็นกรณีที่นายโก๋ไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตาม ม.59 ว.3 กล่าวคือ ไม่รู้ว่าเป็นคนแต่เข้าใจว่าเป็นหมูป่า เช่นนี้จะถือว่ายายโก๋มีเจตนาไม่ได้
แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายโก๋ยิงออกไปด้วยความรีบร้อนรีบร้อนไม่ดูให้ดี และปกตินายเก๋าก็มักจะล้อเล่นแอบหลังพุ่มไม้เสมอ จึงเป็นลักษณะของการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นว่านั้น จักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ เมื่อการไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดของนายโก๋เกิดจากความประมาทนายโก๋ย่อมต้องรับผิดตาม ม.62 ว.2 ประกอบ ม. 59 ว. 4
สรุป นายโก๋ไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดแต่ได้กระทำลงโดยประมาทจึงต้องรับโทษฐานกระทำโดยประมาทตามนัยมาตรา 62 ว. 2 ประกอบ ม. 59 ว. 4
ข้อ 2. นายแดงต้องการฆ่านายดำ วันหนึ่งนายแดงเห็นนายดำนั่งรับประทานอาหารอยู่กับนางขาว นายแดงจึงใช้ปืนลูกซองยิงไปที่นายดำ กระสุนถูกนายดำได้รับบาดเจ็บ และบางส่วนของกระสุนถูกนางขาวถึงแก่ความตายนอกจากนั้นกระสุนยังแผ่ไปถูกนายม่วงซึ่งเป็นบิดาของนายแดงที่นั่งอยู่ห่างไกลออกไปได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อีกทั้งเศษกระสุนบางส่วนยังเลยไปโดนกระจกรถยนต์ของนายฟ้าที่จอดอยู่ไกลออกไปแตกเสียหายอีกด้วย จงวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายแดง
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 59 ว. 2, ม. 60, ม. 80
กรณีตามปัญหาการที่นายแดงต้องการฆ่านายดำจึงยกปืนขึ้นยิงนายดำนั้น เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายภายใต้จิตสำนึกและมีการประสงค์ต่อผลต่อตัวนายดำ จึงถือว่านายแดงได้กระทำโดยมีเจตนาฆ่านายดำแล้ว เมื่อได้กระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำดังกล่าวไม่บรรลุผลจึงเป็นการพยายามกระทำความผิด ตาม ม. 80
ส่วนกรณี ที่การกระทำบางส่วนของนายแดงได้กระทำลงโดยขณะที่ มีนางขาวนั่งรับประทานอาหารอยู่ใกล้ๆ นั้น จึงเป็นการเล็งเห็นได้ว่ากระสุนอาจถูกนายขาวได้ เมื่อกระสุนถูกนายขาวถึงแก่ความตาย จึงถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาประเภทเล็งเห็นผลแก่นายขาวตาม ม.59 ว.2
และเมื่อกระสุนได้เลยไปถูกนายม่วงตายด้วยนั้นเป็นการกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลหนึ่งแต่ผลร้ายไปเกิดแก่บุคคลหนึ่งเป็นการกระทำโดยพลาดต่อนายม่วงตาม ม.60 ถึงแม้นายม่วงจะเป็นบิดาแต่ตามกฎหมายมิให้นำความสัมพันธ์ของบุคคลมาใช้บังคับจึงเป็นการพยายามฆ่าบุคคลธรรมดาคือนายม่วงตาม ม.59 ว. 2 ม. 60 ประกอบ ม. 80 เท่านั้น ส่วนกรณีกระจกของนายฟ้าที่แตกเพราะลูกกระสุนนั้นไม่ถือเป็นการพลาด แต่เป็นการกระทำโดยประมาทแต่เนื่องจากประมาททำให้เสียทรัพย์นั้นไม่มีความผิดในทางอาญา
ข้อ 3. บุญจงต้องการทำร้ายสมหมาย บุญจงได้บอกสุทินให้ตีศีรษะสมหมาย ถ้าไม่ตีจะระเบิดตึกราคา 10 ล้านบาท ของสมหมาย ซึ่งบุญจงได้วางระเบิดไว้แล้ว สุทินกลัวบุญจงระเบิดตึกของตนจึงใช้ไม้ตีไปที่ศีรษะของสมหมาย สมหมายหลบและล้มลง สุทินเงื้อไม้ขึ้นตีซ้ำ แมนบุตรของสมหมายเห็นจึงผลักสุทินล้มลงได้รับบาดเจ็บ สมหมายลุกขึ้นได้ใช้เท้าเตะไปที่หน้าของสุทิน ดังนี้ บุญจง สุทิน สมหมาย และแมนต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร หรือไม่
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 59, 67, 68, 84
จากปัญหาข้อเท็จจริง บุญจงต้องการทำร้ายสมหมายบุญจงจึงได้บอกสุทินให้ตีศีรษะสมหมาย ถ้าไม่ตีจะระเบิดตึกราคา 10 ล้านบาท ซึ่งได้วางระเบิดไว้แล้ว สุทินกลัวบุญจงจะระเบิดตึกของตนจึงใช้ไม้ตีไปที่ศีรษะของสมหมาย ถือว่าสุทินได้มีเจตนาทำร้ายสมหมายแล้วตาม ม.59 ว. 2 แต่ผลสืบเนื่องมาจากตนตกอยู่ในที่บังคับซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การกระทำของนายสุทินย่อมสามารถอ้างเหตุจำเป็นมาเป็นเหตุยกเว้นโทษได้ตาม ม.67 ส่วนบุญจงเป็นผู้ก่อให้สุทินกระทำความผิด บุญจงจึงเป็นผู้ใช้ตาม ม.84
เมื่อแมนบุตรของสมหมายเห็นว่าสุทินเงื้อไม้ขึ้นจะตีสมหมาย จึงได้ผลักสุทินล้มลง ถือได้ว่าแมนได้มีเจตนากระทำต่อนายสุทินแล้ว แต่ได้ทำไปเพื่อให้นายสมหมายหลุดพ้นจากภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย แมนย่อมสามารถอ้างป้องกันตาม ม. 68 มาเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้
ส่วนกรณีที่หลังจากสุทินถูกผลักล้มลงแล้ว สมหมายลุกขึ้นมาได้แล้วใช้เท้าเตะไปที่หน้าของสุทิน เช่นนี้การกระทำของสมหมายย่อมถือว่ามีเจตนาทำร้ายสุทินแล้ว แต่ผลสืบเนื่องมาจากตนถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตาม ม.72 สมหมายย่อมสามารถอ้างบันดาลโทสะเพื่อเป็นเหตุลดโทษได้
ดังนั้น บุญจงเป็นผู้ใช้ตาม ม.84 เมื่อความผิดได้กระทำลงบุญจงย่อมต้องรับผิดเสมือนตัวการ
สุทิน ผิดฐานทำร้ายสมหมายแต่สามารถอ้างจำเป็นได้ตาม ม.67 (1)
แมน ไม่มีความผิดเนื่องจากเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ม.68
สมหมาย มีความผิดแต่สามารถอ้างบันดาลโทสะตาม ม.72 ได้
ข้อ 4. ประชากับสมเดชร่วมกันวางแผนฆ่าชุมพล โดยตกลงกันให้ประชาไปหลอกชุมพลออกจากบ้านมาให้สมเดชยิง อรสาแอบได้ยินประชากับสมเดชวางแผนฆ่าชุมพลและทราบว่าสมเดชไม่มีอาวุธปืน อรสาได้ฝากอาวุธปืนแก่วันรบมาให้สมเดช โดยสมเดชไม่ทราบว่าเป็นอาวุธปืนของอรสา ระหว่างที่ประชาเดินทางไปที่บ้านชุมพล สมเดชพบชุมพลโดยบังเอิญจึงยิงชุมพลตายเสียก่อนที่ประชาจะพบชุมพล ดังนี้ ประชา และอรสาต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร หรือไม่
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 59, 83, 86
จากปัญหาข้อเท็จจริง ประชากับสมเดชร่วมกันวางแผนฆ่าชุมพล โดยตกลงกันให้ประชาไปหลอกชุมพรออกมาจากบ้านให้สมเดชยิง อรสาแอบได้ยินประชากับสมเดชวางแผนฆ่าชุมพลและทราบว่าสมเดชไม่มีอาวุธปืน อรสาจึงฝากอาวุธปืนให้วันรบมาให้สมเดช
เมื่อสมเดชพบชุมพลโดยบังเอิญเสียก่อนจึงได้ยิงชุมพลตาย สมเดชย่อมมีความรับผิดทางอาญาฐานเจตนาฆ่าตาม ม.59 แต่ในเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า สมเดชได้ยิงชุมพลขณะที่ประชายังไม่ได้เข้าร่วมในการกระทำความผิดด้วย ประชาจึงไม่ใช่ตัวการตาม ม. 83 แต่การที่ประชาได้ร่วมกับสมเดชวางแผนมาแล้วแต่ต้น ถือได้ว่าเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิดแล้ว ประชาจึงเป็นผู้สนับสนุนตาม ม.86
ส่วนการที่อรสาได้ฝากปืนไปให้สมเดชแม้สมเดชจะไม่ทราบว่าเป็นปืนของอรสา แต่เมื่ออรสามีเจตนาที่จะช่วยเหลือสมเดชก่อนที่จะกระทำความผิดแล้ว อรสาจึงเป็นผู้สนับสนุนตาม ม. 86
ดังนั้น ประชาและอรสาต้องรับผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนตาม ม.86

















ด้านบนเลยครับ 