::: ข้อมูลโดย VOA News ภาคภาษาไทย :::
มีการแนะนำกันมานานแล้วว่า การฝึกสมองให้ได้ทำงานอยู่เสมอนั้นเป็นผลดีต่อความทรงจำ และการออกกำลังเป็นวิธีที่คนนิยมกันมากขึ้นในการรักษาสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ
แต่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่า การฝึกสมองหรือการฝึกทางด้านจิตใจอยู่เสมอนั้นช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นและทำให้มีไหวพริบเชาว์ปัญญาดีขึ้น
เมื่อก่อนนี้มีการแนะนำกันว่า การเล่นเกมตัวเลขอย่าง สึโดกุ ช่วยความทรงจำ และเกมปริศนาอักษรไขว้ทำให้เราเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ มากขึ้น มาตอนนี้นักวิจัยบอกว่า การฝึกสมองทางคอมพิวเตอร์ตามโปรแกรมวิดิทัศน์ ก็สามารถปรับปรุงความทรงจำและความมีไหวพริบเชาว์ปัญญาได้ด้วย
คณะนักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสและชาวอเมริกัน เสนอรายงานการวิจัยเกี่ยวกับการใช้วิธีฝึกสมองทางคอมพิวเตอร์ที่ช่วยปรับปรุงความสามารถในการแก้ปัญหาทั่วไป ในการศึกษานั้นนักวิจัยแบ่งกลุ่มอาสาสมัครเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ฝึกกับคอมพิวเตอร์วันละ 25 นาที การฝึกนั้นมีการฟังเสียงอ่านตัวอักษรเป็นชุดๆ แล้วให้ฟื้นความจำว่าเป็นชุดเดียวกับที่เคยฟังในขั้นตอนก่อนๆ มาแล้วหรือไม่ และก็มีการจับคู่ชุดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสในรูปแบบต่างๆ ให้เข้ากับชุดก่อนๆ ที่เคยดูมา เป็นต้น แต่อีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้ฝึกอะไร
การฝึกนี้ทำซ้ำๆ กันทุกวัน เป็นเวลาเกือบสามสัปดาห์แล้วทดสอบทั้งสองกลุ่มและเทียบผล ปรากฎว่ากลุ่มที่ได้รับการฝึกทำคะแนนการทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์เลยได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึก
ผลการศึกษานี้บ่งชี้ว่า ความฉลาดมีไหวพริบเชาน์ปัญญาไหลลื่นคล่องตัวที่เรียกว่า Fluid Intelligence หรือความสามารถในการทำความเข้าใจความหมายหรือเหตุผลของความยุ่งยากสับสนและขบแก้ปัญหาใหม่ๆ หรือปรับตัวให้เข้ากับสภาพการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วนั้นเป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้ และความสามารถในการฝึกฝนนี้นำไปใช้ในการทำงานและการแก้ปัญหาต่างๆ ได้
นับเป็นหลักฐานแรกที่แสดงว่า การฝึกทางสมองหรือทางจิตนั้นสามารถปรับปรุงความเฉลียวฉลาด ความมีไหวพริบ และความสามารถในการแก้ปัญหาโดยทั่วไป.

















ด้านบนเลยครับ 